Post

Social Ab.

In ไม่มีหมวดหมู่ on ธันวาคม 5, 2011 by aspexp Tagged: , , ,

วันนี้มีข้อขุ่นข้องหมองใจจะเล่าให้ฟังครับ ประสบการณ์ที่ไม่ดีของผมกับ Social A(p) normal.

socialAbLogo

เมื่อประมาณสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้ทดลองสมัครแพคเกจ Social A(p) normal. เพื่อทดลองใช้งาน ปรากฏว่าภายหลังจากการสมัครผ่านไป และได้ผูกบัญชี Facebook, Twitter เข้าไปมันก็ไม่ได้มีอะไรผิดปกติอะไรนะครับ แต่ผมก็ยังสงสัยอยู่อย่างนึงก็คือ ในการผูกบัญชี มันจะติ๊กถูก ตรง ให้มี SMS แจ้งเตือน ถ้าหากเรา Offline คือ ไม่ได้ต่อเน็ต หรือ ปิด หน้าเว็บนี้ไป

ผมเองก็ยังสงสัยอยู่เลยว่า ถ้าคิดค่าบริการแค่สัปดาห์ละ 19 บาท แล้วค่าส่ง SMS พวกนี้จะไปคิดที่ใคร ยังไง

และแล้วผมก็ได้คำตอบครับ เพราะ Package internet ที่ผมสมัครไว้ มันหมดลง ทีนี้มันก็จะมาหักเงินที่ได้เติมไว้ครับ ดีแตก มี SMS มาแจ้งว่า ตอนนี้ใช้งานไปแล้ว xx บาท ถ้าใช้ถึง 49 บาท แล้วที่เหลือใช้ฟรี

ผมก็สงสัย เพราะว่าตัวเองไม่ได้ใช้มือถือเข้าเน็ตเลย ทำไมมีการใช้อินเตอร์เน็ตเกิดขึ้น ก็เลยเดาว่าคงเป็นเพราะตัวโปรแกรม Social Ab. นี่เองแหละที่ทำการหักค่าอินเตอร์เน็ตไป ผมก็เลยลองเข้าหน้าเว็บ Social Ab. แล้วพยายามที่จะปิดฟังก์ชันส่ง SMS ของบัญชีต่าง ๆ ปรากฏว่าในส่วนของบัญชี Twitter มันก็ปกติครับ สามารถปิดได้ แต่กับบัญชี Facebook ไม่สามารถทำได้ ถึงแม้จะเลือกปิดแล้วกดปุ่ม Save แล้วก็ตาม

ผมพยายามอยู่ 4 ครั้ง โดยการเปลี่ยนตัวเลือกบ้าง ทำซ้ำขั้นตอนเมื่อสักครู่บ้าง ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ ฟังก์ชันนั้นมันก็ยังเปิดอยู่ดี ผมก็เลยตัวสินใจไปยกเลิก Package "Social Ab" ที่สมัครไว้ ปรากฏว่าในวันรุ่งขึ้นก็ยังเจอเหตุการณ์มี SMS ส่งมา Notified ว่าเพื่อนคนนั้น คนนี้ได้มาโพสต์อะไรไว้ใน Facebook เอาเดี๋ยวก่อน เดี๋ยวจะโทรคุยกับ Callcenter

ผมโทรไปหา Callcenter เจ้าหน้าที่ชื่อ ปิย… เลขประจำตัว 66xx ได้รับสายและแจ้งให้ทราบว่า ค่าอินเตอร์เน็ตที่เกิดขึ้น เป็นผลมาจากการกำหนดให้ Social Ab. ทำการส่ง SMS ให้ ดังนั้นภายหลังจากที่ยกเลิกแพคเกจไปแล้ว ก็ให้เข้าไปในระบบ Social Ab. เพื่อทำการยกเลิกการส่ง SMS ด้วย โดยทางลูกค้าจะต้องทำเอง ทาง Call center ไม่สามารถทำอะไรให้ได้

ผมคุยกับ Call center ด้วยอาการฉุนเฉียว ทำไมมันวางยากันไว้แบบนี้ ถ้าคนที่ไม่ได้ตรวจสอบมันก็โดนกินเงินฟรี ๆ น่ะสิ แหม…ช่างทำกันได้ อุตสาห์เป็นลูกค้ามาตั้งหลายปี

ผมลองเข้าไปที่ Social Ab. อีกที ก็ปรากฏว่า ไม่สามารถ ที่จะยกเลิกการส่ง SMS ได้อยู่ดี ผมก็เลยลองมาตรการสุดท้าย ทำการลบการผูกบัญชี Facebook กับ Social Ab. เพื่อที่อาจจะไม่ได้รับ SMS ดังกล่าว

เป็นผลครับ หลังจากลบการผูกบัญชีไป ยังมี SMS ส่งมาอีก 1 ข้อความ แล้วก็หายไป ช่วงนี้ผมไม่เติมเงินเลยครับ เพราะโดนค่าอินเตอร์เน็ตตัดไปหมดแล้ว และใช้วิธียืมเงินจาก HP เอา เพื่อจะได้ไม่ต้องเสี่ยงกับการโดนค่าอินเตอร์เน็ตอีก

ผมถือว่าผมถูกหลอกครับ การละเมิดสิทธิ์ผมด้วยการเลือกการส่ง SMS ให้เป็นเลือกรับไว้ก่อนนั้น (Opt in) ในทางการทำธุรกิจแบบ Digital เค้าไม่ทำกันหรอกครับ มันน่าเกลียดครับ คนที่ทำ App ตัวนี้ ก็ช่างไม่สนใจอะไรบ้างเลย การทำ Opt out ถือว่าให้เกียรติกับลูกค้าของคุณครับ ให้เค้าตัดสินใจเอง ว่าจะเลือกอะไร หรือไม่เลือกอะไร

เพื่อน ๆ คนไหนที่ยังลองใช้งาน Social Ab. อยู่ ก็ลองสังเกตดูนะครับ ว่าเป็นอย่างที่ผมว่าหรือเปล่า ผมเองคงไม่สามารถไปร้องขออะไรจากผู้ให้บริการได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมตั้งใจไว้ก็คือ "อย่ามาเอาเปรียบผมอีก" ไม่งั้นผมอาจจะต้องย้ายไปอยู่ค่ายอื่น

ผมอาจจะเป็นลูกค้าตัวเล็ก ๆ ของคน ไม่ได้ก่อให้เกิดรายได้มากมายนัก แต่ลูกค้าที่มี Loyalty สูงอย่างผมหาได้น้อยครับ

Post

วิธีการทำบุญให้เกิดสัมฤทธิผล (๓)

In ศาสนา on สิงหาคม 24, 2010 by aspexp Tagged: , ,

โดย พระอาจารย์เกษม อาจิณณสีโล

บุญอันเกิดจากการรักษาศีล การทำบุญด้วยการตั้งใจรักษาศีล ก็ย่อมเกิดบุญกุศลขึ้นเช่นกัน ทุกครั้งที่ระลึกถึงศีลตัวเองรักษาดีแล้วไม่ด่างพร้อยก็สามารถอธิษฐานส่งบุญได้ว่า “บุญที่ข้าพเจ้าได้รักษาศีลนี้จงถึงแก่…” หรือในการทำความดีทุกอย่าง เช่นแม้แต่การพูดให้เขาได้สติคิดดี การได้ช่วยเหลือคน การได้ทำประโยชน์ส่วนรวม ย่อมก่อให้เกิดความปิติดีใจ นั่นแหละคือบุญ ให้รีบส่งบุญถึงผู้ที่เราต้องการให้บุญทันที

การเบิกบุญ

การเบิกบุญเก่าที่เคยสั่งสมแต่อดีตมาใช้บุญที่เราทำไว้แล้วมีมากมายที่สะสมอยู่ในสรวงสวรรค์ ทั้งที่ได้ทำไว้แต่ปางก่อนหรือได้ทำไว้ในชาตินี้ เราสามารถเบิกบุญนั้นแจกจ่ายอุทิศให้แก่ผู้อยู่ในโลกวิญญาณได้เหมือนเรามีเงินเก็บในธนาคาร เราก็ใช้บัตรเอทีเอ็มกดเบิกเงินออกมาใช้จ่าย แต่การเบิกบุญนั้น ที่สำคัญลืมไม่ได้เลยคือ ต้องอาศัยอำนาจพระรัตนตรัยขึ้นนำก่อนเสมอ คือให้ตั้งจิตอธิษฐานว่า “ด้วยอำนาจของพระพุทธเจ้า ด้วยอำนาจของพระสงฆ์ จงบันดาลให้บุญของข้าพเจ้าที่ทำมาแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันถึงแก่…” จะให้ใครก็คิดนึกให้เอาเอง การเบิกบุญแจกจ่ายนี้สามารถให้ได้ทุกที่ทุกเวลาเมื่อนึกขึ้นได้ ไม่ว่าจะยืน เดิน นั่ง นอน กิน ดื่ม อุจจาระ ปัสสาวะอยู่ก็ตาม

Post

วิธีการทำบุญให้เกิดสัมฤทธิผล (๒)

In ศาสนา on สิงหาคม 23, 2010 by aspexp

โดย พระอาจารย์เกษม อาจิณณสีโล

บุญอันเกิดจากการภาวนา ให้อธิษฐานก่อนเช่นว่า ขอบุญที่จะเกิดจากการภาวนาต่อไปนี้ ถึงแก่เจ้ากรรมนายเวรที่ทำให้ข้าพเจ้าเจ็บป่วย (เป็นอะไร) หรือเราจะให้ใครก็ให้อธิษฐานเอาเอง แล้วก็เริ่มภาวนาได้เลย หลังจากเลิกภาวนาก็ให้อุทิศบุญนี้ไปอีกครั้งหนึ่ง บุญที่เกิดจากการภาวนานี่จะมีพลานุภาพแรงยิ่งกว่าบุญจากการให้ทานมาก ฉะนั้นพวกภูติผีชั้นต่ำมักรับไม่ค่อยได้ เราต้องเปิดช่องไว้ก่อนภาวนา เขาจะได้เตรียมรับตามกำลังความสามารถของตนเองเพราะถ้าหากจะให้ตอนที่ภาวนาเสร็จแล้วจึงให้ก็เปรียบเหมือนเราปล่อยน้ำที่พุ่งออกจากท่อดับเพลิง แต่เขาเอาภาชนะที่ไม่เหมาะสมมารับ เขาก็รับไม่ได้เนื่องจากกำลังจิตของเขาไม่แข็งแรงพอ หากเราอธิษฐานเปิดให้เขาเตรียมตัวไว้ก่อนก็เหมือนกับเปิดก๊อกน้ำออกค่อย ๆ ใครมีภาชนะน้อยก็เอามาตวงรับตามกำลังที่เขามี แต่สำหรับเทวดาบุญหนักศักดิ์ใหญ่ท่านสามารถรับบุญใหญ่หลังภาวนาได้อยู่แล้ว เปรียบเหมือท่านมีโอ่ง มีถังขนาดใหญ่สำหรับรองรับน้ำที่พุ่งจากท่อดับเพลิงนั่นเอง

Post

วิธีการทำบุญให้เกิดสัมฤทธิผล (๑)

In ศาสนา on สิงหาคม 21, 2010 by aspexp

โดย พระอาจารย์เกษม อาจิณณสีโล

 

พระพุทธเจ้าทรงแสดงที่มาแห่งบุญไว้ ๓ ประการย่อ ๆ คือ

๑. บุญเกิดจากการให้ทาน

๒. บุญเกิดจากการรักษาศีล

๓. บุญเกิดจากการภาวนาอบรมจิตใจ

การสร้างความดีทุกประการนั้นย่อมเป็นแหล่งการเกิดของบุญกุศลทั้งสิ้น แล้วก่อให้เกิดอานิสงส์ที่จะสร้างความสำเร็จในชีวิตได้ทุกเรื่อง

บุญเกิดจากการให้ทาน เมื่อถวายของแด่พระภิกษุสงฆ์ หรือให้สิ่งของแก่ใคร ไม่ว่าจะให้ของแก่พ่อแม่ พี่น้อง ญาติมิตร แม้เอาข้าวให้หมากิน เอาอาหารโยให้ปลากิน เอาเศษอาหารโรยให้มดกิน ขณะนั้นจะเกิดเป็นกระแสบุญ เป็นแสงเรืองรองแผ่ออกจากตัวผู้ให้ทันที และ เพียงไม่กี่วินาทีแสงนี้จะพุ่งหายขึ้นไปเบื้องบน แล้วสะสมเป็นกองบุญของผู้ให้อยู๋บนเทวโลก / ดังนั้นจึง ขอเน้นย้ำว่าหลักสำคัญที่สุดคือ ขณะของหลุดจากมือเมื่อใส่บาตร / ถวายของให้พระสงฆ์ หรือให้ของแก่ใครก็ตาม เราต้องอธิษฐานจิตแผ่บุญในทันที อย่ามัวไปรอแผ่บุญตอนสวด “ยถาสัพพี…” เนื่องจากการแผ่ให้ตอนพระยถาฯ อย่างที่เคยปฏิบัติกันมานั้นผิด เพราะกระแสบุญได้เลือนจางหายไปอยู่ในสวรรค์หมดแล้ว ต้องคิดแผ่บุญในทันทีทันใดว่า “บุญนี้จงเป็นของเทวดาผู้รักษาตัวข้า หรือ บุญนี้จงเป็นของเจ้ากรรมนายเวรของข้า หรือบุญนี้จงเป็นของเทวดา ภูติ-ผี-ปีศาจ-เปรต-ครุฑ-นาค-ยักษ์ ที่สถิตย์อยู่ในเรือกสวนไร่นา หรือ เคหะสถานบ้านเรือนของข้า หรือบุญนี้จงเป็นของเทวดาผู้รักษาบุตรของข้า จงเป็นของเทวดาผู้รักษาบิดา มารดาของข้า เป็นต้น ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการแก้ไขปัญหากลัดกลุ้มในเรื่องไหน

Post

วันนี้ วันอาสาฬหบูชา

In ไม่มีหมวดหมู่ on กรกฎาคม 26, 2010 by aspexp

วันนี้ก็เป็นวันอาสาฬหบูชานะครับ ขอเชิญเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ไปร่วมทำบุญตักบาตรในช่วงเช้า และเวียนเทียนในตอนเย็น ที่วัดใกล้ ๆ บ้านนะครับ

เมื่อเช้านี้ผมเองก็ไปทำบุญมา ที่วัดนาวงครับ คนมากันเยอะเลย ที่น่ายินดีก็คือ ล้วนแต่เป็นวัยรุ่นและเยาวชนทั้งนั้นเลยครับ ผู้ใหญ่ก็มากันพอสมควรครับ

กว่าจะตักบาตรได้ก็ใกล้ ๆ แปดโมงแล้ว พอเสร็จก็ซื้อพวงมาลัยกลับบ้านมา เพื่อบูชากันต่อ

เพื่อน ๆ ที่ได้ไปทำบุญที่ไหนก็มาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ :)

Post

วินโดว์ ค้าง ทำไงดี

In คอมพิวเตอร์ทั่วไป on กรกฎาคม 23, 2010 by aspexp Tagged: , , ,

ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณมีอาการวินโดว์ค้าง แล้วไม่สามารถที่จะทำการชัตดาวน์ได้อย่างปกติ แล้วจะทำยังไงดีครับ

คำตอบของเรื่องนี้ก็คือ หากคุณต้องการที่จะทำการปิดเครื่องโดยวินโดว์มีอาการบอบช้ำน้อยที่สุด มีคำแนะนำมาบอกครับ ให้คุณทำการกดปุ่ม Power (ปุ่มที่ใช้เปิดเครื่องน่ะแหละครับ) ค้างไว้ประมาณ 5 วินาที เดี๋ยววินโดว์ก็จะทำการชัตดาวน์ตัวเอง และปิดเครื่องในที่สุดครับ

แล้วถ้าทำแล้วมันยังไม่ปิดอีกล่ะ สำหรับผมแล้ว เท่าที่เจอมาแก้ไขได้ตลอดครับ แต่ถ้าคุณเจอจริง ๆ อาจจะใช้อีกวิธีที่มันอาจจะโหดร้ายสำหรับเครื่องของคุณหน่อย ก็คือ ถ้าเป็น PC ก็คงต้องบอกให้ชักปลั๊ก และถ้าหากเป็น Notebook หรือ Netbook ที่มีแบตเตอรี่ ก็ให้ทำการถอดแบตเตอรี่ของเครื่องออก แต่ให้ทำด้วยความระมัดระวังนะครับ เพราะการถอดแบตเตอรี่ออกจากเครื่องในขณะที่เปิดเครื่องอยู่ อาจจะทำให้เกิดการช็อตได้ครับ

หวังว่าคงเป็นประโยชน์บ้างนะครับ :)

Post

จัดพระเครื่องเพื่อความก้าวหน้าของชีวิต

In พระเครื่องและสิ่งบูชา on กรกฎาคม 8, 2010 by aspexp

หลังจากได้รับความเมตตาจากพี่หนุ่มเมืองแกลง ได้กรุณาจัดพระเครื่องสำหรับห้อยคอให้ ผมก็ได้เอาพระที่ยังไม่ได้ใส่กรอบไปจัดการใส่กรอบซะเรียบร้อยทุกองค์ ที่นี้ก็เอาสร้อยที่มีอยู่ทำการจัดองค์พระที่ได้รับการแนะนำมาห้อย โดยพี่หนุ่มเมืองแกลงแนะนำมาว่า

เนื่องจากธาตุเป็น ไฟ (ดิน + ไฟ) ก็ให้หาพระเนื้อดินมาเพิ่ม ก็เลยกลายมาเป็นชุดนี้

๑. เหรียญหลวงปู่สิม รุ่นพิเศษ หลังยันต์ ปี ๒๕๑๗
๒. พระปิดตาเนื้อดินเผา หลวงปู่จง
๓. พระปิดตาหลังนะมิ หลวงปู่สี วัดถ้ำเขาบุนนาค
๔. พระแหวกม่าน หลวงปู่ทรง
๕. พระคำข้าว หลวงพ่อฤาษี

และให้เอาพระรูปเหมือนสี่เหลี่ยม หลวงปู่หมุนใส่กระเป๋าเสื้อไว้ซะ

พอจัดเสร็จก็ได้ตามรูปนี้ครับ

พระเครื่องที่อยู่บนคอผมตอนนี้

ก็จะลองแขวนเส้นนี้ไปอีกสองวันพระใหญ่ หลังจากวันที่ ๓ ก.ค. นี้ครับ ได้ผลหรือประสบการณ์เช่นไรเดี๋ยวจะมาบอกนะครับ :)

Post

ไปสมัครประกันสังคม มาตรา 39

In ตกงาน on กรกฎาคม 1, 2010 by aspexp Tagged: , , ,

หลังจากตกงานมาเกือบ ๆ หกเดือน ก็จะหมดอายุประกันสังคม ที่อนุญาตให้เราไม่ต้องส่งเงิน หลังจากออกจากงานได้อีก 6 เดือน

ผมก็เลยหาข้อมูลเพื่อจะไปสำนักงานประกันสังคมแถวบ้าน เพื่อจะไปเปลี่ยนประเภทของประกันสังคม เป็นแบบจ่ายเอง หรือ มาตรา 39 เพื่อใช้สิ่ทธิ์ประกันสังคมต่อ

ตามมาตรานี้ เราจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้ครับ

ผู้ประกันตนโดยสมัครใจ  ตามมาตรา 39

สิทธิประโยชน์ที่ได้ มี 6 กรณี คือ กรณีเจ็บป่วย  ทุพพลภาพ  คลอดบุตร  ตาย  สงเคราะห์บุตร
และชราภาพ
5.1   เคยเป็นผู้ประกันตนมาก่อนและส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน  ตามมาตรา 33
5.2   ยื่นสมัครด้วยตนเอง (สปส 1-20)  ภายใน 6 เดือน นับตั้งแต่สิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง สมัครได้ที่สำนัก
งานประกันสังคมทุกสาขา
5.3.  ต้องไม่เป็นผู้รับประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพจากกองทุนประกันสังคม
5.4.  บัตรประชาชน หรือ บัตรที่ทางราชการออกให้ พร้อมสำเนาบัตร
5.5 วิธีการส่งเงิน  ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป เดือนละ 432 บาท  ที่สำนักงานประกันสังคม/ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ,ธนาคารกรุงไทย หรือ หักจากบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงศรีอยุธยา / ธนาคารกรุงไทย  (ค่าธรรมเนียมครั้งละ 10 บาท)
5.6   การสิ้นสุดเป็นผู้ประกันตน ตามมาตรา 39
5.6.1    ลาออก
5.6.2    กลับเข้าเป็นผู้ประกันตนตาม มาตรา 33 (คือได้งานประจำทำ แล้วเค้าให้สมัครประกันสังคมต่อ)
5.6.3   ไม่ส่งเงินติดต่อกัน 3เดือน  (จริง ๆ ขาดตั้งแต่เดือนแรกแล้ว อันนี้ต้องลองโทรไป ๑๕๐๖ ดูครับ)
5.6.4    ส่งเงินไม่ครบ 9 เดือนภายใน 12 เดือน
5.6.5    ตาย

พอได้รายละเอียด ผมก็เตรียมตัวไปเลย เอาบัตรประชาชนไปถ่ายเอกสาร แล้วก็ไปที่สำนักงานประักันสังคมพื้นที่ 2 ถนนเทศบาลรังสรรค์เหนือ ซอย 10 แถว ๆ ชูการ์บีท ปาล์มสปริง(เดิม) ริมคลองประปา หรือ ใกล้ ๆ ทางไปวัดเสมียนฝั่งประชาชื่นนั่นแหละครับ

ไปถึงก็ไปติดต่อเจ้า่หน้าที่เพื่อรับบัตรคิวแล้วไปนั่งรอ ผมสังเกตว่าที่สำนักงานแห่งนี้ ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน เหมือน สปส.พื้นที่ 8 ที่ผมเคยไปมา ที่นั่นจะคนเยอะมาก ๆ

นั่งรออยู่ประมาณ 5 นาที เจ้าหน้าที่ก็เรียกไปกรอกแบบฟอร์ม และเ้จ้าหน้าที่ก็ขอบัตรประชาชนตัวจริงเราไปดูประวัติการส่งเงินเพื่อตรวจสอบสิทธิ์ เมื่อเรากรอกแบบฟอร์มเสร็จ ก็แนบสำเนาบัตรที่เราถ่ายเอกสารไว้แล้วกับฟอร์มให้เจ้าหน้าที่ไป

เจ้าหน้าที่ก็ให้เอกสารมาหนึ่งใบ เพื่อแจ้งเรื่องธนาคารที่ไปจ่ายเงินได้ และวันที่ต้องเริ่มจ่าย

เห็นไหมครับ ง่ายและสะดวกสบายจริง ๆ ผมเองไป สปส.พื้นที่นี้แหละที่ประทับใจมาก ๆ ทั้งการบริการ และเจ้าหน้าที่ที่ยิ้มแย้มแจ่มใส แบบเต็มใจให้บริการจริง ๆ :)

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.